นานาสุขภาพ

1.วิตามินที่ละลายน้ำ ได้แก่ วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ไนอะซิน (วิตามินบี 3) กรดแพนโทธีนิก
(วิตามินบี 5) วิตามินบี 6 (ไพริดอกซิน) วิตามินบี 9 (กรดโฟลิก) ไซยาโนโคบาลามิน (วิตามินบี 12) วิตามินซี
(กรดแอสคอร์บิก) วิตามินเอช (ไบโอติน) วิตามินนี้สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางระบบทางเดินอาหาร
วิตามินที่ละลายน้ำเหล่านี้ไม่สะสมในร่างกายและจะขับออกทางปัสสาวะ
2. วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ (เรตินอล) วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเคิตามินเหล่านี้ต้องอาศัยกรดน้ำดี
ช่วยดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด วิตามินที่ละลายในไขมันเหล่านี้สามารถเก็บสะสมในร่างกายได้
1. วิตามินบี 1
(ไทอะมีน)
(ช) 1.2 มิลลิกรัม
(ญ) 1.1 มิลลิกรัม
• ช่วยให้ระบบประสาท
ส่วนกลางในสมองและ
ปลายประสาทที่มือและ
เท้าทำงานได้ตามปกติ
• เหน็บชา
• ร่างกายอ่อนล้าง่าย
– อะเซโรลา เชอร์รี
– ฝรั่ง
– สับปะรด
2. วิตามินบี 2
(ไรโบฟลาวิน)
(ช) 1.3 มิลลิกรัม
(ญ) 1.1 มิลลิกรัม
• ช่วยให้เม็ดเลือดแดง
คงสภาพดี
• ช่วยในกระบวนการใช้
ออกซิเจนในร่างกาย
ทำให้การหายใจระดับ
เซลล์ดีขึ้น
• เร่งการเผาผลาญ
พลังงาน
• โรคปากนกกระจอก – อะเซโรลา เชอร์รี
– ฝรั่ง
– สับปะรด
3. ไนอะซิน
(วิตามินบี 3 )
(ช) 16 มิลลิกรัม
(ญ) 14 มิลลิกรัม
• บำรุงผิวหนังและ
ระบบประสาท
• ทำให้เลือดไหล
เวียนสะดวก
• เร่งการเผาผลาญไขมัน
• ผิวหนังแตก แห้ง
หยาบกระด้าง
• อ่อนเพลีย
– อะเซโรลา เชอร์รี
– ฝรั่ง
– สับปะรด
4. กรดแพนโทธีนิก
(วิตามินบี 5)
(ช) 5 มิลลิกรัม
(ญ) 5 มิลลิกรัม
• กระตุ้นการผลัดเซลล์
ผิวหนัง และช่วย
ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย
จากรังสียูวี
• รักษาความสมดุล
ของเหลวในเนื้อเยื่อ
• เพิ่มเร่งการสมานแผล
และป้องกันการเกิด
แผลเป็น
• มีอาการอ่อนล้า มีปัญหา
ด้านผิวหนัง เป็นตะ
คริวได้ง่าย
• ผมแห้งกรอบ แตกปลาย
ผิวหยาบกร้าน
เล็บแตกหักง่าย
– อะเซโรลา เชอร์รี
– อะโวคาโด
– วอลนัท
5. วิตามินบี 6
(ไพริดอกซิน)
(ช) 1.3 มิลลิกรัม
(ช) > 51 ปี 1.7 มิลลิกรัม
(ญ) 1.3 มิลลิกรัม
(ญ) > 51 ปี 1.5 มิลลิกรัม
• ช่วยสร้างสารหน่วย
พันธุกรรมดีเอ็นเอ
และอาร์เอ็นเอ
• ลดอาการเมื่อยล้าและ
เหนื่อยง่ายจากการ
ทำงานหนัก
• เสริมการทำงานของ
ระบบประสาทส่วนปลาย
• โรคโลหิตจาง
• อ่อนเพลียง่าย
– อะเซโรลา เชอร์รี
– กล้วย
– มะม่วง
6. วิตามินบี 9
(กรดโฟลิก)
(ช) 400 ไมโครกรัม
(ญ) 400 ไมโครกรัม
• สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง • โรคโลหิตจาง
• ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ติดเชื้อได้ง่าย
อะโวคาโด
7. วิตามินบี 12
(ไซยาโนโคบาลามิน)
(ช) 2.4 ไมโครกรัม
(ญ) 2.4 ไมโครกรัม
• ป้องกันการเกิดโรค
โลหิตจาง
• บำรุงปลายประสาท
ในผู้ป่วยเบาหวาน
และคนปกติ
• โรคโลหิตจาง
• ปลายประสาทถูกทำลาย
พบมากในเนื้อสัตว์
8. วิตามินซี
(กรดแอสคอร์บิก)
(ช) 90 มิลลิกรัม
(ญ) 75 มิลลิกรัม
• เสริมระบบภูมิคุ้มกัน
ของร่างกาย
• เสริมสร้างเส้นใย
คอลลาเจนใต้ผิวหนัง
• เส้นเลือดฝอยเปราะง่าย
• ผิวหนังหมองคล้ำ เกิด
ริ้วรอยก่อนวัย
• เลือดออกตามไรฟัน
– อะเซโรลา เชอร์รี
– ฝรั่ง
– เสาวรส
– สับปะรด
– ผลมะม่วงหิมพานต์
* อ้างอิงจากกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ถึงปริมาณสารอาหารอ้างอิง Dietary Reference Intake (DRI)
ที่คนไทย (เพศชายและหญิงอายุ 19-71 ปี) ควรได้รับประจำวัน
สารสกัดเข้มข้นจากผลไม้เมืองร้อน 5 ชนิด ซึ่งประกอบด้วยอะเซโรลา เชอร์รี (Acerola Cherry) ผลมะม่วง
หิมพานต์ (Cashew Fruit) ฝรั่ง (Guava) สับปะรด (Pineapple) และแพชชั่นฟรุ้ตหรือเสาวรส
(Passion Fruit) ผลไม้เหล่านี้เป็นแหล่งสารอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนท์
จากธรรมชาติ
วิตามินซีที่พบในอะเซโรลา เชอร์รี มีประมาณ 1.5 – 3.5 กรัม ในน้ำหนักผล
อะเซโรลา เชอร์รีสด 100 กรัม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณวิตามินซีของน้ำอะเซโรลา เชอร์รี
คั้นสดกับน้ำส้มคั้นสดพบว่า น้ำอะเซโรลา เชอร์รีคั้นสดปริมาตร 180 มิลลิลิตร มีปริมาณ
วิตามินซีเทียบเท่ากับน้ำส้มคั้น 14 ลิตร
1. สารสกัดจากผลอะเซโรลา เชอร์รี มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีความ
    สามารถต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าน้ำส้มและผักโขม
2. สารแอนโธไซยานิน ที่พบในผลอะเซโรลา เชอร์รี ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์
ที่ช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรตซึ่งจะช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายได้
 เป็นผลไม้เมืองร้อนที่พบได้แถบทวีปอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และเอเชีย ผลฝรั่งอุดม
ไปด้วยสารอาหารมากมาย เนื้อฝรั่ง 100 กรัม มีวิตามินบี 1 ประมาณ 0.046 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 ประมาณ 0.03 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 ประมาณ 1.0 มิลลิกรัม และใยอาหาร
ประมาณ 2.8–5.5 กรัม และยังมีไฟโตนิวเทรียนท์เป็นองค์ประกอบอีกหลายชนิด ทั้งนี้
บริเวณเปลือกของฝรั่งพบวิตามินซีมากที่สุด คือตั้งแต่ 56-600 มิลลิกรัม
1. เมื่อให้น้ำคั้นฝรั่งแก่หนูขาวปกติและหนูขาวที่เป็นโรคเบาหวานพบว่า น้ำฝรั่งช่วย
ลดน้ำตาลกลูโคสในเลือดทั้งหนูขาวปกติและหนูขาวที่เป็นโรคเบาหวาน
2. น้ำฝรั่งช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนของไขมันชนิดแอลดีแอล โคเลสเตอรอล
(Low Density Lipoprotein, LDL-Cholesterol) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการ
เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว
3. การรับประทานฝรั่งก่อนอาหารประมาณ 0.5-1 กิโลกรัมต่อวันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์
ต่อเนื่องกัน สามารถช่วยลดค่าเฉลี่ยความดันโลหิตค่าบน (Systolic Blood
Pressure) และลดความดันโลหิตค่าล่าง (Diastolic Blood Pressure) ประมาณ
7.5 และ 8.5 มิลลิเมตรปรอท ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานฝรั่ง
ก่อนอาหาร นอกจากนี้ ในกลุ่มคนที่รับประทานฝรั่งมีระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลง
เฉลี่ย 7.9% ไตรกลีเซอไรด์ลดลง 7.0% และยังสามารถเพิ่มค่าไขมันชนิดดีคือ
เอชดีแอล โคเลสเตอรอล (High Density Lipoprotein Cholesterol,
HDL-Cholesterol) สูงขึ้นถึง 4.6% เนื่องมาจากความสามารถการลดโคเลสเตอรอล
จากเส้นใยอาหารที่พบในฝรั่ง
  เป็นผลไม้เมืองร้อน ผลมะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย น้ำคั้น
ผลมะม่วงหิมพานต์ 100 มิลลิลิตร มีปริมาณวิตามินซีประมาณ 121 มิลลิกรัม
ไฟโตนิวเทรียนท์ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในผลมะม่วงหิมพานต์ เช่น เควอซิทิน
(Quercetin) ไมริซิทิน (Myricetin) เป็นต้น สารเหล่านี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้าน
อนุมูลอิสระที่ดี
1. น้ำคั้นผลมะม่วงหิมพานต์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องการกลายพันธุ์
ของเซลล์ตับของหนูขาวจากการถูกทำลายโดยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
2. พบไฟโตนิวเทรียน์ที่ชื่อว่า กรดอะนาคาร์ดิก (Anacardic Acid) มีฤทธิ์การ
ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย      โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอักเสบและเป็นแผล
ในกระเพาะอาหาร
3. กรดอะนาคาร์ดิก มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยทำลายอนุมูลอิสระ
ประเภทที่เป็นโมเลกุลออกซิเจนที่ว่องไว
4. กรดอะนาคาร์ดิกที่พบในผลมะม่วงหิมพานต์ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส
(Tyrosinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดเม็ดสีคล้ำใต้ผิวหนัง
รวมทั้งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยหมองคล้ำใต้ผิวหนัง
อีกด้วย
เป็นผลไม้เมืองร้อนมีต้นกำเนิดจากประเทศบราซิล เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี
ปริมาณวิตามินซีที่พบในเนื้อแพชชั่นฟรุ้ตประมาณ 39 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม
น้ำคั้นของแพชชั่นฟรุ้ตนอกจากจะมีวิตามินซีแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ และ
มีไฟโตนิวเทรียนท์มากมายอีกหลายชนิด เช่น แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) โพลีฟีนอล
(Polyphenol) เช่น กรดพาราไฮดรอกซีเบนโซอิก (P-Hydroxybenzoic Acid)
กรดเฟอร์รูลิก (Ferulic Acid) เป็นต้น
1. น้ำคั้นของแพชชั่นฟรุ้ตป้องกันการก่อกลายพันธุ์ของเซลล์ และยังลดขนาดเนื้องอก
    ที่อาจพัฒนากลายเป็นเนื้อร้าย และช่วยเร่งให้เซลล์ให้เข้าสู่โปรแกรมการตายของ
เซลล์อะพ็อพโทซิส (Apoptosis) ได้เร็วขึ้น
2. แพชชั่นฟรุ้ตมีสารต้านอนุมูลอิสระเช่น กรดเฟอร์รูลิก     ช่วยลดปริมาณอนุมูล
อิสระที่เกิดขึ้นในร่างกาย และกรดเฟอร์รูลิกช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสใน
ลำไส้เล็กได้
เป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีใยอาหารสูง และเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซี วิตามินบี ในปริมาณที่สูง
อีกชนิดหนึ่ง ปริมาณของวิตามินซีในสับปะรดมีความแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ และ
ขึ้นอยู่กับฤดูกาลที่เพาะปลูก วิตามินซีที่พบในสับปะรดมีประมาณ 30 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
ของเนื้อสับปะรด      และเอนไซม์ย่อยโปรตีนชื่อ บรอมมีลิน (Bromelin)      ซึ่งเป็นเอนไซม์
ที่ช่วยย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง ช่วยลดอาการท้องอืดจากการรับประทานอาหารที่มี
เนื้อสัตว์ได้ บรอมมีลินยังสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านลำไส้เล็ก โดยปราศจากการ
ถูกทำลายของเอนไซม์ในทางเดินอาหาร
1. น้ำสับปะรดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระสูง ยับยั้งออกซิเจนไม่ให้ทำปฏิกิริยากับไขมัน
ที่อยู่บริเวณผิวเซลล์ เรียกปฏิกิริยานี้ว่า ออกซิเดชั่นของไขมัน (Lipid Peroxidation)
การยับยั้งปฏิกิริยานี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้
2. การให้น้ำสับปะรดแก่หนูขาวเป็นระยะเวลา 6 เดือน สามารถลดระดับไขมันในเลือด
ทั้งไตรกลีเซอไรด์และโคเลสเตอรอล
3. บรอมมีลินมีฤทธิ์ต้านการอักเสบโดยผ่านกระบวนการยับยั้งเอนไซม์ไซโคลออกซีจีเนส
(Cyclooxygenase)
4. บรอมมีลินช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยกระตุ้นการทำงานของ
เม็ดเลือดขาวให้ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย
5. ร่างกายบรอมมีลินต้านการรวมตัวของเกล็ดเลือด (Platelet) ซึ่งจะช่วยลดการเกิด
การลิ่มเลือดอุดตันบริเวณเส้นเลือดได้
1.อะเซโรลา เชอร์รี • วิตามินซี
• วิตามินบี 1 บี 2
บี 3 บี 5 บี 6
• แอนโธไซยานิน
1,677 มิลลิกรัม ประมาณ 31 เท่า • เสริมภูมิต้านทาน
ของร่างกาย
• ต้านอนุมูลอิสระ
2.ฝรั่ง • วิตามินซี
• วิตามินบี 1 บี 2
บี 3 บี 5 บี 6
กรดโฟลิก
• แอนโธไซยานิน
183 มิลลิกรัม ประมาณ 3.5 เท่า • ลดความดันโลหิตสูง
• ลดไขมัน     โคเลสเตอรอล
• ลดน้ำตาลในเลือด
3.ผลมะม่วงหิมพานต์ • วิตามินซี
• เควอซิทิน ไมริซิทิน     กรดอะนาคาร์ดิก
121 มิลลิกรัม ประมาณ 2.3 เท่า • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
• ต้านอนุมลอิสระ
4.แพชชั่นฟรุ้ต
หรือเสาวรส
• วิตามินซี และแคโรทีน
• กรดพาราไฮดรอกซี
เบนโซอิก
• กรดเฟอร์รูลิก
39 มิลลิกรัม ประมาณ 0.7 เท่า • ป้องกันการกลาย
พันธุ์ของเซลล์
• ต้านอนุมูลอิสระ
• ชะลอการดูดซึม
น้ำตาลกลูโคส
5.สับปะรด • วิตามินซี
• วิตามินบี 1 บี 2
บี 3 บี 5 บี 6
• กรดโฟลิก
• บรอมมีลิน
30 มิลลิกรัม ประมาณ 0.6 เท่า • ลดไขมัน
• เพิ่มภูมิคุ้มกัน
ร่างกาย
• ต้านการจับกลุ่มกัน
ของเกล็ดเลือด
• ช่วยย่อยอาหาร
จำพวกโปรตีน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s